เสฏฐวุฒิ อุดาการ
ได้มีโอกาสคุยกับคนที่เพิ่งมีประสบการณ์ Near-Death Experience (NDE)
เขาบอกว่าเมื่อถึงเวลาจะไปจริง ๆ ความรู้สึกเจ็บปวดจะมลายหายไปหมดสิ้น
เหลือเพียงความรู้สึกเบาสบาย ล่องลอยราวกับติดปีกโบยบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์
จากนั้นภาพในหัวจะย้อนกลับไปเยี่ยมเยือนความทรงจำที่ผ่านพ้นมา ทั้งเรื่องดีและร้ายปะปนกันไป
คนที่ผ่านพ้นเรื่องเลวร้าย และ Move on และสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ขึ้นมาทดแทนจะมีความสุขมาก
เพราะเมื่อกรอเทปกลับไปจะเจอแต่ความทรงจำที่มีความสุข เมื่อเทียบกับประสบการณ์เลวร้ายที่มีน้อยกว่า
นั่นคือเหตุผลที่ทำไมการมีความสุขหรือการทำแต่สิ่งดี ๆ จึงมีความสำคัญมากที่สุด
เพราะเมื่อถึงเวลาที่จะต้องไปจริง ๆ เงินทอง ทรัพย์สิน และความเป็นเจ้าของสิ่งใด ๆ เอาไปไม่ได้เลย
เหมือนเล่นเกมที่สะสมไอเท็มมาทั้งชีวิต แต่เมื่อถึงบท Game Over มันก็คือการปิดฉากจริง ๆ ไม่มีปุ่ม Restart
สิ่งเดียวที่จะกลับมาหาเรา คือ ความทรงจำและประสบการณ์ดี ๆ ที่เราสั่งสมมาชั่วชีวิต
เมื่อผ่านพ้นห้วงนั้นไปแล้ว เขาเล่าว่าเราก็จะกลับเข้าสู่ “ชานชาลา” หรือ “Platform”
เพื่อที่จะเลือกเดินทางต่อไป หรือหยุดอยู่แค่นี้ แต่ประสบการณ์และความรู้ที่เราสั่งมา
เขาบอกว่าน่าสนใจที่มันจะยังอยู่กับเรา และอาจกลายเป็นพรสวรรค์ หรือ Gift ใน “ชาติ” ต่อ ๆ ไป
NDE เป็นงานศึกษาที่น่าสนใจมาก เพราะแม้บางจุดจะฟังดูขี้โม้หรือน่าธรรมชาติไปนิดหนึ่ง
แต่มันก็ค่อนข้าง Make Sense ในทางวิทยาศาสตร์และการทำงานของสมองเราด้วยเช่นกัน
ที่สำคัญที่สุด คือ NDE ย้ำเตือนกับเราตามพุทธธรรมว่าไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในอำนาจ เงินทอง หรือชื่อเสียง
สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไป เมื่อถึงเวลาต้องออกเดินทาง ก็ต้องสละทุกอย่าง แล้วไปแบบเบาสบาย
เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ความตายอาจไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเลย การมีชีวิตอยู่ต่างหากที่อาจเรียกได้ว่าเป็นความทุกข์
มีวลีภาษาญี่ปุ่นที่ผมชอบมาก นั่นคือ Sorezoreno Michie
แปลว่า “ก้าวไปสู่เส้นทางของตัวเอง” หรือ “แยกย้ายกันไปตามทางของแต่ละคน”
เราเกิดมาได้พบกัน ใช้เวลาร่วมกัน มีความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน
แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องพลัดพรากจากกัน ไม่มีใครหยุดยั้งกาลเวลาหรือกฎฟิสิกส์ข้อนี้ได้
ในท้ายที่สุด เราต่างมีขบวนรถไฟที่ต้องขึ้น จุดหมายปลายทาง เราล้วนเป็นผู้กำหนดเอง
สำคัญแต่ว่าช่วงเวลาที่เราใช้ร่วมกัน จะทำยังไงให้มันกลายเป็นความทรงจำที่ดีที่สุด
เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางครั้งสุดท้าย จะไม่มีอะไรให้ต้องเสียดายหรือรู้สึกผิดอีก
นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะจึงสำคัญที่สุด
เพราะเมื่อคนเราแยกย้ายออกไปตามเส้นทางของตัวเองแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าจะได้หวนกลับมาเจอกันอีกหรือไม่
เพราะจักรวาลนี้ช่างกว้างใหญ่ยิ่งนัก
แค่คิดก็น่าสนุกแล้วใช่ไหมล่ะ