กองทุนรวม SCB ตัวไหนดี 2564

/
/
/
147 Views

หลายจากที่บทความก่อน ผมได้แนะนำกองทุนรวมกสิกรไทยที่น่าสนใจในปีนี้ไปแล้ว คราวนี้มาดูกองทุนรวมธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กันบ้าง ซึ่งมีความน่าสนใจไม่แพ้กัน อีกทั้งยังซื้อง่ายขายคล่องผ่านแอพ SCB Easy ได้อย่างง่ายดาย เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาช่องทางลงทุนเพื่อเพิ่มพูนเงินออม แต่ไม่มีเวลาดูแลพอร์ทมากนักก็ยังมีผู้จัดการกองทุนคอยดูแลให้ ไม่พูดพร่ำทำเพลง มาดูกันเลยว่าในปี 2564 มีกองทุนรวม SCB อะไรที่ ‘ส่วนตัว’ ผมมองว่าน่าสนใจกันบ้าง

หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาชี้นำหรือโฆษณากองทุนให้คนอ่านไปซื้อตาม แต่มาจากความเห็นส่วนตัว พึงระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนการลงทุน เพราะนั่นคือเงินของท่านเอง

  ลิงก์ผู้สนับสนุน

1.กองทุนรวม SCBENERGY (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET ENERGY SECTOR INDEX (ชนิดจ่ายเงินปันผล))

            – กองทุนรวม SCBENERGY เน้นการลงทุนหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคของตลาดทรัพย์แห่งประเทศไทยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

            – ปัจจุบันกองทุนรวม SCBENERGY ลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำด้านพลังงานของไทย อาทิ PTT, GULF, GPSC และ PTTEP เป็นต้น

            – การลงทุนในหุ้นพลังงานแม้ว่าจะมีความเสี่ยงด้านการผันผวนค่อนข้างมาก แต่ก็นับว่าเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดี เพราะพลังงานเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมทุกประเภท และยิ่งมีความสำคัญยิ่งขึ้นในอนาคตเนื่องจากพลังงานเป็นทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด การวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทนจึงเป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ที่ยั่งยืนและสามารถเติบโตไปพร้อมกัน

            – ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม SCBENERGY ได้ที่นี่

 

2.กองทุนรวม SCBFIXEDA (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ ชนิดสะสมมูลค่า)

            – กองทุนรวม SCBFIXEDA เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารตลาดเงิน ตราสารหนี้ของสถาบันการเงินและภาคเอกชนต่าง ๆ จึงมีความผันผวนน้อย ความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่พักเงินที่ไม่ต้องกังวลว่าเงินต้นจะหายไป แถมยังได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมในขณะเดียวกัน

            – ปัจจุบันกองทุนรวม SCBFIXEDA ลงทุนในหุ้นกู้บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2562, พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 47/91/63, พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่

พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 52/87/63, หุ้นกู้บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ครั้งที่8/2562 เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรที่ออกโดยภาครัฐจึงมีจุดแข็งที่ความเสี่ยงต่ำ

            – แม้การลงทุนในกองทุนรวม SCBFIXEDA อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นที่ผลตอบแทนจำนวนมาก แต่ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มลงทุน เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่จึงการันตีได้ในระดับหนึ่งว่าความเสี่ยงต่ำ หากผิดพลาด เงินต้นจะไม่เสียหายมากเหมือนการลงทุนในตลาดทุน จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังหาที่พักเงินที่อาจให้ผลตอบแทนมากกว่าการฝากประจำทั่วไป

            – ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม SCBFIXEDA ได้ที่นี่

 

3.กองทุนรวม SCBBLN (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์)

            – กองทุนรวม SCBBLN เป็นกองทุนที่ ‘ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ’ เน้นลงทุนในหุ้นของสหรัฐอเมริกาหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนในหุ้นของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก

            – ปัจจุบันกองทุนรวม SCBBLN ลงทุนในหุ้น CROWNDSTRIKE Holdings Inc. (บริษัทด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สัญชาติอเมริกัน) หุ้น Walt Disney Co/The (ยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมบันเทิง เจ้าของลิขสิทธิ์หนังตระกูล Marvels และ Star Wars) หุ้น TESLA Inc. (บริษัทด้านนวัตกรรมพลังงานของ Elon Musk) หุ้น Apple Inc. (คงไม่ต้องอธิบายมากมายกับยักษ์ใหญ่ด้านนวัตกรรมรายนี้) และ หุ้น INDEXX Laboratories Inc (บริษัทข้ามชาติที่วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับการปศุสัตว์)

            – กองทุนรวม SCBBLN เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในบริษัทที่เจ้าของเป็นบิลเลียนแนร์หรือเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์อย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นบริษัทที่จัดอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโตสูง ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิง การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหาร และนวัตกรรมด้านพลังงาน จึงนับว่าเป็นการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่น่าสนใจ และเชื่อว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในภาวะ Sideway เนื่องจากไม่มีปัจจัยใดที่ช่วยพยุงราคาหุ้นให้พุ่งทะยานขึ้นในช่วงนี้

            – ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม SCBBLN ได้ที่นี่

 

4.กองทุนรวม SCBDIGI (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอลดิจิตอล)

            – กองทุนรวม SCBDIGI ลงทุนในกองทุน Pictet-Digital ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลในการเสนอบริการอินเตอร์แอคทิฟ (interactive services) และ/หรือ ผลิตภัณฑ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริการอินเตอร์แอคทิฟ (interactive services) ในหมวดภาคการสื่อสาร (communications sector) ทั่วโลก

            – ปัจจุบันกองทุนรวม SCBDIGI ลงทุนในกองทุนรวม Pictet-Digital ที่ลงทุนในหุ้นต่าง ๆ อาทิ หุ้น Facebook Inc, หุ้น Alibaba Group Holdings, หุ้น Tencent Holdings, หุ้น Alphabet Inc และ หุ้น Comcast Corp Class ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งสิ้น

            – ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันเราใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในโลกดิจิทัล ทั้งการติดต่อสื่อสาร จับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการต่าง ๆ รวมถึงการทำงานหาเงินออนไลน์ อีกทั้งในอนาคตยังมีโอกาสที่แพลตฟอร์มดิจิทัลจะได้รับการพัฒนาและเข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น หุ้นที่เกี่ยวกับนวัตกรรมดิจิทัลจึงนับว่ามีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากในระยะยาว สอดคล้องกับธรรมชาติของนวัตกรรมดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง เจ้าของธุรกิจจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองตลอดเวลา

            – ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม SCBDIGI ได้ที่นี่

5.กองทุนรวม SCBEMBOND (กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่)

            – กองทุนรวม SCBEMBOND เน้นลงทุนในกองทุน JPMorgan Funds – Emerging Markets Investment Grade Bond Fund เป็นกองทุนหลัก

            – กองทุน JPMorgan Funds – Emerging Markets Investment Grade Bond Fund ลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพสูงในการแข่งขัน อาทิ JPMorgan Liquidity Funds – USD, COLOM 7, PANAMA 9 ⅜ 04/01/29, ARAMCO 3 ½ 04/16/29, INDON 6 ⅝ 02/17/37 เป็นต้น

            – การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจะให้ผลตอบแทนได้ดีภายใต้ความเสี่ยงที่ไม่สูงมากนัก ยิ่งเป็นการลงทุนในพันธบัตรของประเทศตลาดเกิดใหม่หลายประเทศยังช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดี แต่ก็ควรระวังความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

            – ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนรวม SCBEMBOND ได้ที่นี่

            คราวหน้าเราจะมาดูกันว่าในปี 2564 นี้ มีกองทุน SCB ลดหย่อนภาษีกองทุนไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

 

 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :