The Pappyness

By S. Udakarn

Bon Anniversaire Pour Moi

/
/
/
136 Views

 

บันทึก 10 กันยายน 2562

          เขียนบันทึกนี้ขึ้นเพื่อในอนาคต เราได้กลับมาอ่านจะได้นั่งขำกับห้วงอารมณ์ที่เราเขียนมันขึ้นมา เหมือนกับเราเขียนแคปซูลเวลา แล้วซ่อนมันไว้ใต้หิน อีกสักสิบปีกลับมาอีกครั้ง หวังว่าจะไม่เปิดมาเจอคางคกเหมือนในหนังเรื่อง My Sassy Girl

 

          ปีที่เราอายุครบ 26 ปี อาจจะเรียกได้ว่าไม่ใช่หนึ่งในปีทีดีที่สุด เราต้องพานพบกับบททดสอบและความเปลี่ยนแปลงในชีวิตมากมาย นับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2561 หลายสิ่งแปรสภาพกลายเป็นเพียงแค่ความทรงจำ หลายสิ่งแปรสภาพกลายเป็นอดีต และไม่ใช่ทุกความคาดหวังที่พานพบกับความสมหวัง

           แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตขึ้น นั่งพักแล้วสบตากับตัวเอง

           ไม่มีใครดูถูกตัวเราได้มากเท่ากับเราดูถูกตัวเอง

            หากเราไม่คิดดูถูกดูแคลนตัวเราเอง แล้วใครหน้าไหนมันจะมาทำเราได้

           สิ่งสำคัญที่เราได้เรียนรู้ในช่วงหลายขวบปีที่ผ่านมา คือ เราต้องเคารพและรักตัวเองให้มาก

            ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด จะดีจะร้าย พวกเขาจะอยู่กับเราเสมอ

 

          วันนี้ปีที่ 27 ได้เดินทางมาถึงแล้ว เราหวังว่านี้จะเป็นสัญญาณที่ดีของการเริ่มต้นใหม่

          ปีนี้เราได้เลือกตัดสินใจในสิ่งที่เราต้องการจนสำเร็จไปหลายอย่าง และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราไม่เสียใจต่อทางเลือกของเรา แล้วมั่นใจว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองแล้ว

          ในบางครั้ง เราอาจรู้สึกว่าตนเองเป็น Loser

          แต่มีคนบอกว่าข้อดีของการเป็น Loser คือคุณไม่มีอะไรจะเสีย

          คุณสามารถทำอะไรก็ได้ ขอเพียงแค่รับผิดชอบในผลลัพธ์ของทางเลือกของคุณ

          ปรัชญาของ Sartre ยังอยู่กับเราเสมอ และเราหวังว่าปีนี้จะเป็นปีที่ดียิ่งขึ้น อะไร ๆ ลงตัวมากยิ่งขึ้น เราจะได้เขียนหนังสือเล่มใหม่เสียที หากไม่มีคนอ่าน หรือ ขายไม่ออกก็ไม่เป็นไร

          เราอยากเขียนเพื่อเก็บบันทึกและฝากร่องรอยของตนเองไว้บนดาวเคราะห์สีฟ้า แม้เพียงชั่วเวลาหนึ่ง แต่ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร

 

          สุดท้ายนี้ หากมีผู้ที่แวะเวียนมาได้อ่านข้อความนี้ ขอให้คุณรักตนเองมาก ๆ

         ชีวิตของคนเราแสนสั้น เรามีเวลาน้อยเหลือเกินในการทำสิ่งที่เราอยากทำ

          จงรักและเอาใจใส่คนรอบข้างมาก ๆ เหมือนที่เราก็พยายามจะดูแลทุกคนรอบข้างให้ดีที่สุด แต่ก็ต้องทำใจไว้เสมอว่าไม่มีอะไรที่จีรังยั่งยืนและคงอยู่ตลอดไป

 

          ขอฝาก Scene หนึ่งจากหนังเรื่องโปรดของเรา The Curious Case of Benjamin Button ซึ่งส่งอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเราหลายเรื่อง โดยเฉพาะประโยคที่ว่า

 

         “ขอให้มีชีวิตในแบบที่เรารู้สึกภาคภูมิใจ หากสิ่งที่เป็นอยู่ไม่ใช่ ก็ขอให้มีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงและเริ่มต้นใหม่จากศูนย์อีกครั้ง”

 

        “For what it’s worth, it’s never too late, or in my case too early, to be whoever you want to be.

         There’s no time limit, start whenever you want.

         You can change or stay the same. There are no rules to this thing.

          You can make the best or worst of it, and I hope you make the best of it.

          I hope you see things that startle you.

          I hope you feel things you never felt before.

          I hope you meet people with a different point of view.

          I hope you live a life you are proud of.

         If you find that you’re not, I hope you have the strength to start all over again.”

 

          ด้วยรักและราตรีรัตน์

 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :