The Pappyness

By S. Udakarn

10 เพลงประกอบ Final Fantasy VII เวอร์ชั่นที่ชอบมากที่สุด

/
/
/
264 Views
10 เพลงประกอบ Final Fantasy VII เวอร์ชั่นที่ชอบมากที่สุด

แฟน ๆ เกมในซีรี่ส์ Final Fantasy น่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าดนตรีประกอบ (Soundtrack) มีส่วนสำคัญต่อการเล่าเรื่องในเกมมากเพียงใด หรืออาจกล่าวในอีกนัยหนึ่งได้ว่า ดนตรีประกอบเป็นตัวละครที่เล่นไม่ได้ (Non-Playable Character) ที่มีบทบาทสำคัญในซีรี่ส์นี้มาตั้งแต่ภาคแรก

.

สำหรับผม ดนตรีประกอบจาก Final Fantasy มีอะไรที่มากกว่าการบอกเล่าห้วงอารมณ์ของตัวละคร ความอลังการของฉาก และเรื่องราวของสถานที่อันบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ แต่มันสิ่งที่ปลูกฝังความรักในดนตรีและศิลปะของการสร้างโลกแห่งจิตนาการที่ไม่อาจหาได้จากตำราเล่มไหน เป็นแรงบันดาลใจที่ยังคุกกรุ่น เป็นกลิ่นของวัยเยาว์ที่ยังอบอวล และเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจยื้อแย่งไปได้ โดยเฉพาะดนตรีประกอบของ Final Fantasy VII ซึ่งเกมเวอร์ชั่น Remake เพิ่งวางแผงเมื่อเดือนเมษายน 2020 ที่ผ่านมา เมื่อได้ลองเล่นจนจบก็พูดได้เต็มปากว่านี่คือเกมที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา นับตั้งแต่ Final Fantasy VII ภาค Original เมื่อกว่า 20 ปีก่อน

.

ผมรู้จัก Final Fantasy ครั้งแรกตอนอายุประมาณ 7-8 ขวบ ภาคแรกที่เล่นจำไม่ได้ว่าภาค IX หรือ VII แต่ภาคแรกและภาคเดียวที่เล่นจนจบเกมคือ Final Fantasy VIII ที่เป็นเช่นนี้เพราะทั้งสามภาคเป็นเกมที่ใช้เวลาเล่นเป็นปีโดยไม่เบื่อ รวมทั้งเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายครั้ง แต่ทุกครั้ง ผมจะหยุดเล่นที่จุดเซฟก่อนเข้าไปสู้กับบอสตัวสุดท้ายเสมอ เพราะเหตุผลเดียว และเหตุผลหนึ่งเดียวเท่านั้น คือ ผมไม่อยากให้เกมจบลง

.

ในฐานะหนอนหนังสือ อาจจะดูแปลกบ้างเล็กน้อย ถ้าผมบอกว่าตนเองรู้จักเกมก่อนหนังสือ เพราะฉะนั้น ทุกครั้งที่อ่านวรรณกรรม ผมจะเผลอนำการสร้างตัวละครในหนังสือไปเปรียบเทียบกับเกมอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเกมอย่าง Final Fantasy VII ที่มีตัวละครหลายตัวที่ผมมีความรู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก ไม่นับพล็อต ธีม และเรื่องราวในเกมที่แฝงไว้ด้วยปรัชญามากมายหลายประการที่บอกอย่างไม่อายเลยว่ามีอิทธิพลต่อโลกทัศน์ของตนเองมาตราบจนทุกวันนี้

.

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้เรื่องราว ตัวละคร และสถานที่ใน Final Fantasy VII เปิดห้องพักถาวรในโรงแรมความทรงจำของคนมากมายทั่วโลกรวมทั้งผม ก็คงหนีไม่พ้นดนตรีประกอบที่ประพันธ์โดย Nobuo Uematsu ในเวอร์ชั่นต้นฉบับ และเรียบเรียงใหม่โดย Masashi Hamauzu ซึ่งมีส่วนร่วมเล็ก ๆ มาตั้งแต่ภาคต้นฉบับในฐานะคอรัสเพลง One-Winged Angel อันเป็นหนึ่งในเพลงประกอบที่โด่งดังตลอดกาลที่สุดของ FFVII

.

ดนตรีประกอบของ Final Fantasy VII เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงความละเอียดอ่อนและความหลงใหลในงานศิลปะของคนญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อหวนกลับมาฟังดนตรีประกอบแยกนอกตัวเกม เราจะสัมผัสรับรู้ได้ถึงลักษณะนิสัย ปมความขัดแย้งในใจ อดีตอันปวดร้าว ความหวานปนเศร้า ความอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความเข้มแข็งของตัวละครในเพลง Theme ประจำตัวได้ดี หรือจะเป็นเพลงที่ใช้ประกอบฉากต่อสู้ เมืองต่าง ๆ หรือองค์กรภายในเรื่องก็ทำได้ดีจนเรารู้สึกว่าเกมนี้นี้มีชีวิต มีจิตวิญญาณ ก่อเป็นความผูกพันที่ผ่านมาแล้วกว่า 20 ปีก็ไม่มีวันลืมเลือนไปจากใจ

.

ด้วยเหตุนี้เอง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ยุค Walkman มาจนถึง Spotify เราจะดาวน์โหลดเพลงประกอบของ FFVII ไว้ในเครื่องเสมอ ไม่เพลงใดก็เพลงหนึ่ง ซึ่งความโด่งดังของเพลงประกอบภาคนี้ก็คงไม่ต้องพูดถึง เพราะปัจจุบันมีการนำเพลงต้นฉบับที่ Nobuo Uematsu ได้ประพันธ์ไว้ไปเรียบเรียงใหม่ในเวอร์ชั่นต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นผลงานที่ Square Enix ทำขึ้นหรือนักดนตรีอิสระต่าง ๆ ได้เล่นขึ้นมาใหม่

.

นี่คือเพลงประกอบ Final Fantasy VII เวอร์ชั่นต่าง ๆ ที่ผมชอบมากที่สุด และอยากจะรวมมาไว้ในที่เดียวกันเผื่อว่าคนที่ชอบเหมือนกันจะได้เข้ามาฟัง และสนับสนุนผลงานของคนเบื้องหลังอย่างคนทำดนตรีประกอบที่เปี่ยมด้วย Passion และเป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าทำไมผมจึงเชื่อมาตลอดว่า

.

Good Game is Arts and Good Story Never Dies

.

1. Final Fantasy VII Main Theme 

เพลงที่คลาสสิคที่สุดของ FFVII เพียงแค่ได้ยินท่อนแรก น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเมื่อได้ยินครั้งแรกใน Chapter 2 ของ FFVII Remake แล้ว ไม่อยากทำอะไรมากไปกว่าการวางจอยแล้วดื่มด่ำกับวัยเยาว์วัยหวานที่หวนคืนมาสู่เหย้าอีกครา 

เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดเป็นเวอร์ชั่นจาก FFVII Remake ในช่วงปลาย Chapter 4 ฟังแล้วนึกถึง Steel Sky ของมหานคร Midgar ยามค่ำคืน แต่ก็มีอีกเวอร์ชั่นที่ชอบมากกว่าแต่หาไม่ได้ เป็น Leitmotif ตอนจบภาคแรกของ Remake ที่บ่งบอกว่าการผจญภัยกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเรากำลังจะออกไปเจองูยักษ์ในบึงใหญ่แล้ว ร้องไห้แป๊บ 

 

2. Aerith Theme 

หากกล่าวถึงรักแรกแล้ว ไหนเลยจะข้ามตัวละครตัวนี้ไปได้ ตอนที่เล่น FFVII ภาคต้นฉบับเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตัวละครของ Aerith ยังไม่ได้ Remastred ออกมาน่ารักขนาดนี้ แต่มันมีอะไรบางอย่างในลักษณะนิสัยและคาแรคเตอร์ที่ทำให้ผมหลงรัก ผ่านมา 20 ปี ความรู้สึกก็ยังคงเดิม อาจจะมากขึ้นด้วยซำ้ เพราะภาค Remake ออกแบบตัวละครได้ลุ่มลึกและซับซ้อนมากขึ้น หวังเหลือเกินว่าผมจะไม่ต้องเสียน้ำตาไหลพรากอีกครั้งใน Part 2 นะ 

อันที่จริง Aerith Theme จะเป็นเวอร์ชั่นไหน ผมก็ชอบทั้งนั้น ก็เพราะเป็น Aerith นี่ แต่เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดคงเป็นเวอร์ชั่นที่ Cloud พบกับ Aerith ครั้งแรก และ Aerith มอบดอกไม้ให้แทนสัญลักษณ์ของคู่รักที่ได้หวนกลับมาสู่อ้อมกอดของกันและกันอีกครั้ง ยิ่งหากรู้ Background แล้ว ใครไม่น้ำตาซึมก็รู้ไป เพราะเพียงแค่ได้ยิน Leitmotif ของ Aerith Theme ในเกมอีกครั้งในรอบ 20 ปี ผมในวัย 7-8 ขวบก็กลับมาอีกครั้ง ในชีวิตคุณรู้สึกแบบนี้ได้ไม่กี่ครั้งหรอก 

 

3. Tifa Theme 

ต่อให้ใครที่ไม่เคยเล่น Final Fantasy VII มาก่อนก็ต้องเคยได้ยินชื่อ Tifa มาก่อน เพราะอานุภาพของ ‘นางเอก’ คนนี้รุนแรงมาก ในตลอด 20 ปีมา สินค้าใด ๆ ที่เกี่ยวกับเธอขายหมด Out of Stock ตลอด เรียกได้ว่าเป็น National Treasure เลยทีเดียว รวมทั้งเพลง Theme ประจำตัวที่ได้ยินแค่โน้ตตัวแรกก็รู้แล้ว Tifa Theme เป็นอีกหนึ่งเพลงประกอบจาก FFVII ที่มีการนำไป Cover มากมายหลายล้านฉบับ และสะท้อนตัวตนของที่แข็งแกร่งของ Heroine ที่มีด้านอ่อนโยนที่พร้อมจะดูแลคนที่เธอรักได้ดี เป็นเพลงประจำชาติ Waifu เลยก็ว่าได้ 

ผมฟัง Tifa Theme มาทุกเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดกลับเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดที่มีกลิ่นอาย Jazz เต็ม ๆ และเป็นเวอร์ชั่นที่เล่นผ่านตู้ Juke Box ในบาร์ 7th Heaven ภาค Remake 

 

4. On Our Way 

ในบรรดาเพลงประกอบ Final Fantasy VII ทั้งหมด เพลงที่มีความหมายกับผมมากที่สุด คือ เพลงนี้ 

On Our Way เป็นเพลงที่ผมฟังขณะที่กำลังตัดสินใจว่าจะเอายังไงกับชีวิตดีในช่วง ม.ปลาย คิดแล้วคิดอีก ฟังเพลงนี้ไปพลาง จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบ เพราะมีเพลงนี้เป็นแรงบันดาลใจ เราทุกคนต้องเลือกเส้นทางของเราเอง และไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร อย่าได้เสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว เพราะข้างหน้า Ahead On Our Way ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอเราอยู่ เตรียมใจให้พร้อม พักผ่อนให้พอ แล้วก้าวต่อไป 

ฟังเพลงนี้เวอร์ชั่นไหนก็น้ำตาไหล ชอบพอ ๆ กับ My Mind จาก Final Fantasy VIII และ Melodies of Life จาก Final Fantasy IX แต่เวอร์ชั่นที่ฟังแล้วจับใจจริง ๆ คือเวอร์ชั่นที่ฟังตอนตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตนั่นแหละ เป็นเวอร์ชั่นเปียโนจากอัลบั้ม Piano Collections Final Fantasy VII 

 

5.Opening – Bombing Mission

ก่อนหน้านี้ ถ้าถามว่าชอบฉากเปิดเรื่องของ FFVII หรือ FFVIII มากกว่ากัน ผมก็คงเลือก VIII เพราะมันจะมีอะไรมาแทนที่ฉากดวลระหว่าง Squall Lionheart กับ Seifer โดยมี Liberi Fatali บรรเลงประโคมความ Epicness ได้ แต่เมื่อได้เล่น FFVII Remake ต้องบอกว่าการเปิดเรื่องจากข้างนอกเข้ามาใน Midgar ฉายให้เห็นผู้คนก่อนที่จะเข้ามาที่ฉากเปิดเรื่องสุดคลาสสิคที่ Aerith แบบช็อตต่อช็อต ขยายออกไปที่ Title Card แล้วซูมเข้ามาที่ภารกิจแรกของ Cloud กับ Avalanch โดยมีเพลง Opening – Bombing Mission ประกอบ คือมันสุด ๆ ของการเปิดตำนานครั้งใหม่แล้ว ผมเสียน้ำตากับเกมนี้เยอะมากจนตั้งธนาคารน้ำตาได้แล้ว 

เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นเวอร์ชั่นจากอัลบั้ม Distant World 1 ของ Sqaure Enix ฟังได้ไม่รู้เบื่อจริง ๆ เวลาออกกำลังกายชอบฟังเพลงนี้ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกำลังจะไปสู้กับ Shinra มั้ง ไม่ชอบอย่างเดียวคือตอนที่ฟังเพลงนี้ตอนสู้กับ Scorpion Sentinel ตายแล้วตายอีก 

 

6. Let the Battle Begins! 

ใครจะลืม Battle Theme ประจำ Final Fantasy VII ไปได้ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในเพลงที่ติดหูมากที่สุดเพลงหนึ่งเลยทีเดียว เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงที่เป็นหลักฐานว่าเพลงประกอบมีส่วนสำคัญมากที่ทำให้ FFVII เป็นตำนานมาจนถึงทุกวันนี้ Leimotif หลักของเพลงนี้ถูกนำไปใช้ในหลายเวอร์ชั่น แต่เวอร์ชั่นที่ชอบที่สุดก็คือเวอร์ชั่นล่าสุดในภาค Remake เพราะเพลงนี้ของจริงของแท้ต้องมีเสียง Crank กระทบกันด้วย ถ้าไม่มีถือว่าไม่ใช่ของแท้!

 

7. Victory Fanfare Final Fantasy VII 

แฟน ๆ ของซีรี่ส์ Final Fantasy ย่อมรู้จัก Victory Fanfare เป็นอย่างดี เพราะโน้ตเพียงไม่กี่ตัวกลับสามารถรวมรวมความทรงจำและความสุขของคนทั่วโลกไว้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ FF เกือบทุกภาคจะใช้ Victory Fanfare เดียวกัน แต่ทำนองต่อจากนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละภาค ซึ่งใน FFVII มีทำนองตามหลัง Victory Fanfare ที่ผมชอบมากที่สุดในไตรภาคที่มีโอกาสได้เล่น เป็นรองจากภาค IX เท่านั้น 

เวอร์ชั่นที่ชอบจริง ๆ คือเวอร์ชั่นที่มี Chorus ด้วย แต่หาใน YouTube ไม่เจอ อารมณ์ความรู้สึกเวลาชนะบอสยากอย่าง Hell House แล้วเพลงนี้ขึ้นมันสุดบรรยายจริง ๆ 

 

8. Scarlet’s Theme 

เพลงใหม่ที่สุดในบรรดาเพลงที่ชอบที่สุดของ Final Fantasy VII ใครจะคิดว่าตัวละครที่ไปตบกับ Tifa บนปืนใหญ่ในภาคต้นฉบับจะมี Theme ของตัวเองที่ต้องหยุดเล่นเพื่อฟังเลยทีเดียว โดยเฉพาะตอนที่เพลงเล่นใน Shinra HQ ผมคนหนึ่งที่หยุดมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วปล่อยให้เพลงเล่นไปแบบไม่รีบร้อน 

บอกได้คำเดียวกับภาค Remake สร้างขึ้นมาด้วย Passion ล้วน ๆ แถมยังไม่ได้กินบุญเก่าด้วยการ Remake แบบฉากเดิมเป๊ะ ๆ แต่การใส่มิติของตัวละครเพิ่มเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นตัวละครของ Jessie, Biggs, Wedges, Scarlet หรือพวก Turks ก็ทำให้ผมรู้เลยว่าเงินที่ซื้อเกมไปพันกว่าบาท คุ้มกว่าราคาจริง ๆ 

 

9. One-Winged Angel 

เพลงชาติของ Final Fantasy VII เพลงประจำตัวของ Boss ที่โด่งดังและหล่อเหลาที่สุดของซีรี่ส์ Final Fantasy บอกเลยว่าหนึ่งในเหตุผลที่ผมเล่น FFVII ภาคต้นฉบับไม่จบก็เป็นเพราะกลัว Sephiroth นี่แหละ และคงไม่มีเพลงไหนที่จะเข้ากับอุดมการณ์และตัวตนของเขาผู้นี้มากไปกว่าเพลงนี้อีกแล้ว ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้วเพลง Theme ของ Sephiroth นั้นยาวมาก หลายสิบนาที แต่เวอร์ชั่นที่ผมชอบที่สุดน่าจะเป็นเวอร์ชั่นใน Advent Children มากกว่า เพราะในภาค Remake เชื่อว่าผู้เรียบเรียงต้องการให้ Soft ขึ้นเพื่อเก็บไว้จัดเต็มในการดวลกันครั้งสุดท้ายมากกว่า 

 

10. Cloud Smile 

ตลอดเกม Final Fantasy VII เราแทบจะไม่ได้เห็น Cloud Strife ตัวเอกของเกมเผยรอยยิ้มออกมาเลย เนื่องเพราะอดีตอันปวดร้าว ความสูญเสียเพื่อนและคนรัก ตลอดจนการถูก Sephiroth ตามหลอกหลอน แต่ในช่วงท้ายของ Advent Children หลังจากที่ชนะในศึกสุดท้าย เราเห็น Cloud ยืนมอง Aerith ที่หวนกลับมาในภาพนิมิต พร้อมกับคำพูดสั่งลาว่า

“เห็นไหม แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง

 It’s going to be alright

Mou Daijoubu Dane”

ซึ่งเป็นคำพูดที่ผมเก็บไว้ในใจเสมอมาตราบจนทุกวันนี้

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันหนึ่งทุกอย่างจะดีขึ้น 

เพราะแม้แต่คนที่ผ่านอะไรมามากมายอย่าง Cloud

วันหนึ่งรอยยิ้มก็จะหวนกลับมาอีกครั้ง…

 

Encore

นอกเหนือจาก 10 เพลงที่ได้กล่าวถึงข้างต้น บอกเลยว่า Final Fantasy VII ยังมีเพลงประกอบที่เรารักอีกมาก แต่ที่ชอบที่สุดก็คงเป็น Medley ที่เล่นโดย London Symphony Orchestra (LSO) ในอัลบั้ม Final Symphony ที่กินความยาวเกือบ 1 ชั่วโมง เรียกได้ว่านี่เป็น Symphonic Poem ที่บอกเล่าเรื่องราวของ Final Fantasy VII ได้ทั้งหมดโดยที่ไม่ต้องมีภาพประกอบ แต่รับรู้ได้ด้วยโสตและดวงใจที่รักในเสียงดนตรี

Final Fantasy VII (Symphony in Three Movements) : I. Nibelheim Incident

 

Final Fantasy VII (Symphony in Three Movements) : II. Words Drowned by Fireworks

 

Final Fantasy VII (Symphony in Three Movements) : III. The Planet’s Crisis

 

Encore: Final Fantasy VII (Continue?)

 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :