The Pappyness

By S. Udakarn

[รีวิว] Concert Burin Boonvisut : Disco in Tuxedo 2019

/
/
/
83 Views

ก่อนที่มันจะสาย

          เสียงเพลงที่ดังออกมาจากลำโพงรถโตโยต้าโคโรน่าคันเก่า ท่วงทำนองที่ชวนให้โยกศีรษะตาม น้ำเสียงราวกับคนมึนเมาไวน์แก้วที่สิบ สิ่งเหล่านี้คือส่วนผสมอันกลมกล่อมที่เราเรียกว่ารสชาติของวัยเยาว์

          ผ่านไปสิบกว่าปี เสียงเพลงของบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ยังคงสะท้อนก้องไปมาในโถงถ้ำความทรงจำ

          กลางดึกคืนหนึ่ง ด้วยความอ่อนล้าจากการทำงาน เราเปิด YouTube เพื่อหาเพลงฟังคลายเหงาก็ไปพบเข้ากับ Concert Gran Tourismo Impression Tour ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีอยู่ด้วย เมื่อเห็นวันที่ของคอนเสิร์ตก็ถึงบางอ้อ เพราะจัดขึ้นในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่เรากำลังวุ่นกับการสอบเข้ามหาลัย

          แม้ว่าจะซื้ออัลบั้ม Grand Tourismo มาฟัง แต่ด้วยความที่ตอนนั้นยังเป็นเด็ก ม.6 อยู่ที่เชียงใหม่ การมาดู Concert ใหญ่ครั้งนั้นจึงยังห่างไกลจากความจริง การนั่งดู Concert ที่บันทึกลงใน YouTube คืนนั้นเป็นความสุขอันลึกล้ำ เท้าของเราอยู่ไม่สุขตลอดระยะเวลาสองชั่วโมงของการนั่งชม เวลาคล้อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราปาดน้ำตาด้วยความสุข และสัญญากับตัวเองว่าหากบุรินทร์ บุญวิสุทธ์ จัด Concert เดี่ยวครั้งหน้า เราจะต้องไปให้ได้

          เวลา 1900 วันที่ 19 ต.ค. 2019 เราพบตัวเองนั่งอยู่ในโซน J แถว A ที่นั่ง 1 ในอาคาร Challenger Hall, Impact Arena เมืองทองธานี เป็นครั้งแรกที่ได้มาเยือนอาคารแห่งนี้

          ก่อนที่การแสดงจะเริ่มต้น เรานั่งเก็บบรรยากาศ และอมยิ้มกับตัวเองในความมืดว่าในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เราได้ดู Concert ของผู้ชายคนนี้กับตาตนเอง ด้วยสองหูของตนเองจริง ๆ โดยปราศจากหูฟัง พี่บุรินทร์อาจจะไม่รู้ แต่สำหรับเรา มันมีความหมายมากจริง ๆ และเมื่อพี่ปรากฏตัวบนเวทีด้วยมาดสุดเท่ของเจ้าพ่อดิสโก้ เราก็แทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ทีเดียว

          เราได้มีโอกาสมาดู Concert ของบุรินทร์ แห่ง Groove Riders ก่อนที่มันจะสายจริง ๆ

  ลิงก์ผู้สนับสนุน

อยากให้ฉันรักคนเดียว

          เป็นช่วงเวลาเกือบสามชั่วโมงที่สนุกจริง ๆ แม้ว่าจะมีแขกรับเชิญหลายท่านที่ผลัดเปลี่ยนขึ้นมาร่วมแจมบนเวที แต่สำหรับเรา พี่บุรินทร์ และ The Soulsmith คือ ทุกสิ่งของเวทีนี้จริง ๆ ทุกคนเล่นกันแบบหากในวินาทีนั้นอุกกาบาตพุ่งเข้าชนโลกในพริบตาโดยไม่มีสัญญาณเตือนก็ไม่มีใครสนใจ ทุกคนอาจเล่นกันต่อแบบไม่รู้ตัวในโลกหลังความตาย! มันส์ขนาดนั้น!

          หลังจากเปิดตัวอย่างเท่ๆ ด้วยเพลง Spotlight พี่บุรินทร์ก็นำสามเพลงที่ตนเองชอบ (แต่แม่ไม่ปลื้ม) มาร้อง ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเพลงที่เราชอบมากเช่นกัน เราจำไม่ได้ว่ามีเพลงอะไรบ้าง แต่น่าจะมีเพลง ‘สบาย’ (Zalux) ซึ่งเป็นเพลงที่เราชอบที่สุดในอัลบั้ม Discovery แต่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก เพลงนี้เป็นเพลงที่แนะนำเราให้รู้จักกับเพลงแนว Disco Funk ที่จับห้วงอารมณ์ของทุกคนที่มีหัวใจอิสระได้อย่างอยู่หมัด

          แน่นอนว่าเรื่องการเอนเตอร์เทนผู้ชม คงไม่ต้องกล่าวถึงความสามารถของพี่บุรินทร์นัก เพราะต้องบอกว่าครบเครื่อง และน่ารักเป็นอย่างมาก ขนาดเราเป็นผู้ชายยังปลื้มแล้วคุณสุภาพสตรียังไม่หลงรัก ‘คนใจร้าย’ คนนี้ได้อย่างไร มีหลายเพลงที่นำมาเล่นใน Concert แล้วเรารู้สึกดีใจมากที่นำมาเล่นอย่างเพลง คนที่เคยฝัน ของ Soul After Six ที่เราก็เพิ่งไปดู Concert มาเมื่อพฤษภาคม ซึ่งเวทีนั้นพี่บุรินทร์ก็ขึ้นไปร้องเพลงด้วย เรียกได้ว่าความฝันเป็นจริงที่เห็นนักดนตรีจากสองวงที่เราชอบตั้งแต่เด็กเล่นควบคู่กัน

           นอกจากนั้น ยังมีเพลง พบกันบนดวงดาว และ Medley เพลงจากอัลบั้ม Gran Turismo อีกหลายเพลง เสียดายอยู่อย่างเดียวคือใน Concert นี้ไม่มีเพลง ‘ระหว่างสองเรา’ ซึ่งสำหรับเราแล้วมันคือจุดเริ่มต้นของไตรภาคแห่ง ‘รักที่ผ่านไปแต่ไม่ลืม’ คือ ระหว่างสองเรา-รักที่ผ่านพ้นไป-เกือบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Concert ครั้งนี้ก็เรียกได้ว่าทำให้เรามีความสุขเป็นอย่างมาก โอกาสที่จะได้เห็นพี่บุรินทร์ Groove Riders กับวง Soul After Six จัด Concert ใหญ่ในปีเดียวกันแบบนี้อีกคงหายากยิ่งกว่าการโคจรมาอีกครั้งของดาวหางฮัลเลย์เสียอีก

พบกันบนดวงดาว

         สุดท้ายนี้ เราอยากบอกว่าเพลงของพี่บุรินทร์และ Groove Riders เป็นเพลงที่เราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับมันจริง ๆ เนื้อเพลงและความหมายล้วนเหนือกาลเวลา เพลงบางเพลงฟังเมื่อยังเด็กอาจไม่รู้สึกอะไร ชอบเพียงท่วงทำนอง แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น ประสบพบความรัก และได้เรียนรู้บทเรียน กลับมาฟังเพลงเหล่านั้นก็ยิ่ง ‘เข้าใจ’ ชีวิตมากยิ่งขึ้น หรืออาจเรียกได้ว่าเข้าถึงจิตวิญญาณของเพลงเหล่านั้นมากขึ้น

          นี่คือความหมายของ Soul/Funk/Dicso มิใช่หรือ ทิ้งโซ่ตรวนแห่งความทุกข์และพันธนาการ แล้วออกไปร่ายรำกับเสียงเพลง ปลดปล่อยใจและตัวตนให้ล่องลอยไปในโลกของความฝันที่มีแต่ฉัน

          สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนก็คือเวลาที่เรามีความทุกข์ เศร้าโศกหรือผิดหวังก็มีเพลงของพี่บุรินทร์ พี่ก้อ Groove Riders นี่แหละที่เป็นเครื่องปลอบใจ และหากไม่เรียกสิ่งเหล่านี้ว่างานศิลปะแล้วจะให้เรียกว่าอย่างไร เป็น Concert ที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ และหวังว่าคราวหน้าเราจะได้มาดู Concert พี่บุรินทร์อีกครั้ง เมื่อเติบโตและผ่านพ้นอะไรมากขึ้น A Fan for Life

          จนกว่าเราจะพบกันบนดวงดาวอีกครั้ง GR007

         

 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :