Skip to toolbar

[รีวิว] Tonight at Romance Theatre ระยะห่างของหัวใจ

[รีวิว] Tonight at Romance Theatre ระยะห่างของหัวใจ

 

เสฏฐวุฒิ อุดาการ

.
“ภาพยนตร์เป็นสิ่งไม่จีรัง ภาพยนตร์ที่จะยังอยู่ใจคนก็มีเพียงหยิบมือ ส่วนที่เหลือมีแต่จะถูกลืมแล้วเลือนหายไป”
.
เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์หันหน้ามามองกล้อง
.
เขาสบดวงตาหวานล้ำราวช็อคโกแลตคู่นั้นเนิ่นนาน…
.
ภาพแห่งอดีตงดงามเสมอ แม้บัดนี้มันกำลังจะเลือนหายไปจากความทรงจำของผู้คน
.
Tonight at Romance Theatre (รักเรา…จะพบกัน) หรือในอีกชื่อ Color Me True แต้มสีฉัน ด้วยรักของเธอ เป็นงานกำกับของ Takeuchi Hideki จาก Nodame Canibile ฉบับคนแสดง
.
ไม่ได้คาคคิดเลยว่าเมื่อความมืดคลี่คลุมหน้าจอพร้อมกับรายชื่อนักแสดงปรากฎขึ้น หนังรักแฟนตาซีเรื่องนี้จะกลายเป็นหนังที่ให้แง่คิดบางอย่างในแบบที่คาดไม่ถึง
.
พล็อตหนังอาจไม่ได้แตกต่างจากโครงเรื่องสำเร็จทั่วไปที่พบได้ตามไลท์โนเวล
.
เรื่องราวความรักอันสุดแสนพิสดารระหว่างผู้ช่วยผู้กำกับหนุ่มกับดาราสาวรุ่นคลาสสิค (น่าจะอ้างอิงกับ Audrey Hepburn) ที่หลุดออกมาจากจอขาวดำ
.
ที่น่าสนใจ คือ ฝ่ายหนึ่งยังมีชีวิตอยู่และนิยมชมชอบการนั่งชมหนังคลาสสิคที่ถูกลืมเลือนและกำลังจะถูกนำฟิล์มไปขายทิ้ง
.
ขณะที่อีกฝ่ายได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว เหลือเพียงตัวละครเจ้าหญิงจอมแก่นที่ยังโลดแล่นอยู่บนแผ่นฟิล์ม
.
สร้างความสุขให้กับผู้ช่วยผู้กำกับหนุ่ม ผู้ชมคนเดียวของเธอ ทุกคืนที่ Romance Theatre
.
เก้าอี้ที่ว่างเปล่า โรงหนังที่กำลังขาดทุน หนังที่ไม่คนดู มีเขานั่งอยู่ตรงนั้น สบตาหวานล้ำราวช็อคโกแลตของเธอ
.
และแล้วในคืนสุดท้ายที่หนังของเธอจะได้ฉายก่อนการขายแผ่นฟิล์มทิ้ง
.
พวกเขาก็หากันจนเจอ พบกันในท้ายที่สุด

 

 

[รีวิว] Tonight at Romance Theatre ระยะห่างของหัวใจ

.
เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นความหฤหรรษ์หรรษาตามสไตล์หนังญี่ปุ่น
โดยขมวดปมสำคัญทิ้งไว้ คือ ทั้งสองคนไม่สามารถเข้าใกล้กันได้
เพราะถ้าสัมผัสกันและกัน ฝ่ายหญิงจะอันตรธานกลับคืนสู่แผ่นฟิล์ม
จากไปตลอดกาล
.
และ ‘แน่นอน ต้องมีฉากพระเอกวิ่งมาราธอนไล่ตามหานางเอกตอนท้ายเรื่องด้วย’
.
แต่สิ่งที่จับใจและทำให้ผมน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
คือฉากกลางเรื่องเมื่อเจ้าของโรงหนังชราพูดกับเจ้าหญิงที่กำลังต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ
.
“ภาพยนตร์เป็นสิ่งไม่จีรัง
ภาพยนตร์ที่จะยังอยู่ใจคนก็มีเพียงหยิบมือ
ส่วนที่เหลือมีแต่จะถูกลืมแล้วเลือนหายไป
เกิดมาเพื่อสร้างความสุขให้ผู้คนแท้ ๆ”
.
ถ้อยคำดังกล่าวทำให้ผมชะงักงันไปหลายวินาที
.
เติบโตมาด้วยความเชื่อว่าชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว (Ars longa, vita brevis)
.
หน้าที่ของศิลปินคือการสร้างสรรค์งานอันเป็นตำนาน
.
งานที่ฝากรอยเท้าพวกเขาไว้บนดาวเคราะห์สีฟ้าใบนี้
.
งานที่ทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาคงกระพัน
.
งานที่ทำให้พวกเขาไม่ถูกลืม
.
คำพูดของเจ้าของโรงหนังทำให้ผมนึกขึ้นได้ในคืนนั้นว่าบนโลกใบนี้
.
มีงานศิลปะเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีผู้กล่าวถึง
.
และมีจำนวนมากที่ถูกลืมเลือนไปกับกาลเวลา
.
ดุจหยดน้ำตากลางสายฝน
.
งานที่สร้างความสุขให้ผู้คน ณ ชั่วขณะหนึ่ง
.
งานที่เปลี่ยนชีวิตคนด้วยประโยค ๆ เดียว
.
งานที่ทำให้ชีวิตคนดีขึ้นด้วยฉาก ๆ เดียว
.
งานตลาดหรืองานที่ถูกลืมเลือนเหล่านั้น
.
มิใช่งานศิลปะหรอกหรือ?
.
งานเหล่านั้นอาจจะอายุสั้น ศิลปินผู้สร้างสรรค์อาจจะนิรนามตลอดชีวิต
.
งานของพวกเขาถูกนำมาขายราคาถูก ๆ บ้างก็ถูกนำไปทิ้งราวปราศจากคุณค่า
.
แต่งานเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วย ‘ความรัก’
.
เป็นงานของความรัก งานของความฝัน ที่หล่อเลี้ยงวิญญาณของผู้รักในจินตนาการ
.
เป็นงานที่มีความหมายในตัวเอง เหมือนที่ Kant เรียกว่ามีจุดมุ่งหมายในตัวเอง
.
ไม่ต้องให้คำนิยาม ไม่ต้องการันตี ไม่ต้องประทับตรา
.
เพราะแท้จริงแล้ว ศิลปะก็คือส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์

มีวันเบ่งบาน มีวันร่วงโรย มีวันหวนคืนสู่ผืนดิน

[รีวิว] Tonight at Romance Theatre ระยะห่างของหัวใจ

.
การได้ชมหนังเรื่องนี้ หรือหากกล่าวให้ถูกคือได้ฟังบทสนทนาระหว่างเจ้าของโรงหนังกับนางเอก
.
ทำให้ผมคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน
.
มีครั้งหนึ่งที่ผมได้เข้าร่วมโครงการอบรมการเขียนงานชีวประวัติ และต้องเลือกถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเด็กกำพร้า
.
การสัมภาษณ์เด็กนั้นยากมาก วิธีเดียวที่จะทำให้ได้ข้อมูล คือ การเล่นกับเขาเพื่อสร้างความคุ้นเคย
.
จากคนที่ไม่มักคุ้นกับเด็กเล็ก ณ จุดนั้น ให้น้องขี่คอวิ่งเล่นก็ยอมเพื่อให้ได้ข้อมูล
.
มีน้องคนหนึ่งที่ดูเหงา ๆ เขานั่งวาดรูปอยู่คนเดียว
.
ผมสนใจน้องคนนี้มาก เพราะในขณะที่คนอื่นสิ่งเล่นกัน เขากลับนั่งวาดรูปตามลำพัง ดูจดจ่อกับมันมากเหลือเกิน
.
ผมก็เลยไปนั่งคุยกับเขา แน่ล่ะ เราต่างรู้ใจกันดีว่าคน Type นี้กว่าจะปริปากไว้ใจกันก็ปาไปครึ่งค่อนวัน
.
มองเขาก็เห็นแต่ตัวเองสะท้อนกลับมา
.
ภาพที่เขาบรรจงวาดราวกับมันเป็นทุกสิ่งในชีวิต ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นรูปอะไร
.
แต่สิ่งที่จำได้อย่างไม่ลืมเลือนไปจากความทรงจำ
.
คือ ดวงตาที่เปล่งประกายขณะใช้สีเทียนถ่ายทอดเรื่องราวลงบนกระดาษขาว
.
แต่เมื่อเขาสบตาผม แววตานั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นหมองเศร้า
.
แววตาของเด็กที่สับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงไม่เป็นที่ต้องการ
และเมื่อผมชมเขาว่าวาดรูปสวย
.
รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากนั้นก็อธิบายความหมายของศิลปะในแบบที่หาไม่ได้จากพจนานุกรมเล่มใด
.
ป่านนี้ เด็กคนนั้นคงโตเป็นหนุ่มแล้ว ผมหวังว่าเขาจะยังคงหลงรักการวาดรูปอยู่
.
เพราะหากเราพบกันอีกครั้ง ผมก็อยากจะขอบคุณเขา
.
ที่ทำให้เข้าใจความหมายของศิลปะ (ในแบบของผมเอง) อีก 10 ปีต่อมา
.
เพราะเช่นเดียวกับที่หนัง Color Me True ได้บอกเราไว้
.
ภาพยนตร์เป็นสิ่งไม่จีรัง ภาพยนตร์ที่อยู่ในใจคนก็มีอยู่เพียงหยิบมือ
แต่นั่นไม่ได้แปลว่างานที่ถูกลืมจะปราศจากคุณค่า
.
เพราะมันอาจเป็นเพียงแค่ภาพวาดบนเศษกระดาษของเด็กคนหนึ่ง
ที่หล่อเลี้ยงความหวังและวิญญาณของเขาให้ยืนหยัดอยู่ได้ในโลกขาวดำ
.
ศิลปะที่ยังอยู่ในความทรงจำของผู้คนอาจดำรงอยู่เพียงช่วงเวลาหนึ่ง
.
แต่ความรักในศิลปะจะคงอยู่ตลอดไป.

 

 

ปล. ผมชอบ Costume หนังเรื่องนี้มาก เป็นหนังที่สีสันสวยมากเรื่องหนึ่ง