The Pappyness

By S. Udakarn

[รีวิว] Portrait of a lady on Fire ภาพฝันของฉันคือเธอ

/
/
/
238 Views

เสฏฐวุฒิ อุดาการ

“Quel en est titre?”

“Portrait de la jeune fille en feu”

สารภาพว่าอยากดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เห็น Trailer เมื่อกันยาปีที่แล้ว

พอได้มาดูจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าการที่ฝรั่งเศสไม่ยอมส่งหนังเรื่องนี้เข้าชิง Oscar แต่ส่ง Les Miserables ไปแทน

เป็นความผิดพลาดมหันต์

เพราะ ‘ภาพเหมือนของเด็กสาวผู้กราดเกรี้ยว’ มีโอกาสได้ฟาดฟันกับ Parasite ในสาขา International Feature Film อย่างสมน้ำสมเนื้อ

 

หากเปรียบหนังเรื่องนี้เป็นภาพวาดของผู้กำกับ ก็คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่างานชิ้นนี้คือ ‘chef d’oeuvre’ ของ Céline Sciamma ผู้กำกับสาวจากปารีสวัยเพียง 41 ปี

องค์ประกอบศิลป์ที่ประกอบสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นไปอย่างละเมียดละไม ไม่มีขาด ไม่มีเกิน

ทั้ง ๆ ที่ทั้งเรื่องมีตัวละครหลักไม่เกิน 4 คน สถานที่เพียงแห่งเดียว หนังกลับใช้บทสนทนาที่ลุ่มลึก และตีความได้มากสำหรับคนที่รู้ภาษาฝรั่งเศส

แถมยังสามารถใช้ศิลปะแขนงอื่นในการสร้างสัมพันธบทเชื่อมเรื่องราวของตัวละครหลักเข้าหากันอย่างตำนานแห่ง Orpheus and Eurydice

หรือ L’Estate: I. Allegro non molto ของ Vivaldi ที่ใส่เข้ามาอย่างลงตัว และแสดงให้เห็นถึงความเกรี้ยวกราดของเด็กสาวที่ถูกกดทับด้วยจารีตประเพณีของชนชั้นและชาติตระกูล ไม่สามารถแสดงออกถึงตัวตน อัตลักษณ์ และเพศสภาพได้ นอกจากอากัปกิริยาผ่านแววตาและท่าทีเท่านั้น

ดนตรีของ Vivaldi จึงทำให้ตัวเอกมีความสุขและเจ็บปวดในขณะเดียวกัน เพราะในขณะที่มันเป็นภาพแทนของชนชั้นนำและม่านจารีตประเพณีที่ห่อหุ้มเธอไว้ มันก็ทำให้ Héloïse หวนนึกถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เธอเคยมีความสุขร่วมกับจิตรกรสาวหัวก้าวหน้าอย่าง Marianne ที่เข้าใจเธอมากกว่าคนในฐานันดรเดียวกันทั้งปวง

ความโดดเดี่ยว ความหมองเศร้า ความเจ็บปวด และความกราดเกรี้ยวจึงปะทุออกมาเมื่อ L’Estate ของ Vivaldi บรรเลงในฉากสุดท้ายอันแสนทรงพลัง

 

‘Portrait’ มีงานกำกับภาพที่งดงามราวภาพงาด การแสดงของตัวละครหลักทั้งสองคือ Héloïse (Adèle Haenel) และ Marianne (Noémie Merlant) เป็นไปอย่างน้อยแต่มาก ไม่ต้องเล่นใหญ่ ไม่ต้องโชว์พาวเวอร์ แต่ทุกฉากเป็นไปอย่างลื่นไหล ละเมียดละไม สะท้อนถึงห้วงอารมณ์อันสับสน โดดเดี่ยว และเร่าร้อนได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะ Noémie Merlant ที่รับบทจิตรกรสาว เป็นผู้หญิงที่งดงามมาก เป็นความสวยแบบฉลาด เพียงแค่มองแววตาก็ทำให้ตกหลุมรักแล้ว

เรื่องราวใน ‘Portrait’ เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1760 เพียงไม่กี่ทศวรรษก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศสที่นำไปสู่ยุคสมัยแห่งความหวาดกลัวและทรราชย์จากสามัญชน หนังแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีเพียงแค่ชนชั้นกลางและล่างเท่านั้นที่อึดอัดกับม่านประเพณีและสถานะทางสังคมที่จองจำอิสรภาพของเด็กสาวไว้ในเกาะที่โดดเดี่ยวและชายฝั่งที่ไร้ผู้คน แต่ในใจกลางชนชั้นสูงเอง เมื่อมองทะลุยศถาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สมบัติ และอำนาจลงไป

ที่นั่นมีมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อเชื้อไข มีหัวจิตหัวใจเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

มีเด็กสาวที่ต้องเก็บความกราดเกรี้ยวไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

เหมือนเปลวไฟที่ลุกโชนตลอดเวลา แต่ไม่มีใครเห็น นอกจากคนใกล้ชิดที่ช่วยดับมันไม่ได้

และตัวเธอเองที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการถูกแผดเผาตามลำพัง.

นี่คือหนังฝรั่งเศสที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งตั้งแต่เกิดมา.

 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :