The Pappyness

By S. Udakarn

[รีวิว] IT Chapter 2 (2019) จดจารในวารวันที่สิ้นสูญ

/
/
/
306 Views
รีวิว: IT Chapter 2 (2019) จดจารในวารวันที่สิ้นสูญ settawutudakarn.com

เสฏฐวุฒิ อุดาการ เขียน

และแล้วในห้วงนั้นเอง ภาพวัยเยาว์ย้อนกลับมาอีกครั้ง ราวแผ่นฟิล์มที่ถูกทิ้งไว้ 27 ปี ถูกนำกลับมาฉายใหม่ พวกเขาปะติดปะต่อเศษเสี้ยวความทรงจำที่หล่นหาย แม้เลือนรางดุจเงาสะท้อนบนผืนน้ำที่สั่นไหว แต่เมื่อวัยเยาว์จ้องกลับมาจากอดีต พวกเขาเห็นตัวเองกับจักรยานคันเก่งยืนเคียงข้างกัน ไม่ใช่ทุกความทรงจำที่โหดร้ายจนอยากฝังกลบในส่วนลึกของใจ แต่ความอบอุ่นของมิตรภาพและการมีกันและกัน คือ ความรู้สึกที่แม้แต่กาลเวลาก็มิอาจพรากจาก และเมื่อนั่นเองที่ The Loser Club ได้หวนกลับมาหา ‘มัน’ อีกครั้ง

  Advertisement

          IT (2017) เป็นหนังผี/สยองขวัญเรื่องแรกในรอบหลายปีที่ทำให้เราน้ำตาซึมด้วยความอบอุ่นและประทับใจ แตกต่างจากหนังผีทั่วไปที่เมื่อเราผละออกจากโรงที่มืดมิดออกมา เราจะยังขวัญผวากับเรื่องราวสั่นประสาทที่เราพาตัวเองเข้าโรงไปทรมาน แต่สำหรับ IT เรากลับออกจากโรงหนังด้วยความอิ่มเอมใจราวกับอ่านนิยายชั้นดีจบลงไป

          แน่นอน IT ช่วยย้อนเตือนความทรงใจว่าเราเคยรักหนังที่สร้างจากนิยายของ Stephen King มากแค่ไหน ทั้ง The Green Mile, Shawshank Redemption, Stand by Me (โอเค เว้น The Shining, Pet Cemetery กับ Children of Corn ไว้หน่อย พวกนี้อยู่ในลิสต์ดูแล้วจิตตก รวมถึง The Mist เวอร์ชั่นหนังที่ตอนจบยังอึงอลอยู่ในหมอกควัน)

 

รีวิว: IT Chapter 2 (2019) จดจารในวารวันที่สิ้นสูญ settawutudakarn.com

ความประทับใจจาก IT ทำให้เรากลับไปนอนฟัง Original Score ของ Benjamin Wallfisch ทั้งคืน โดยเฉพาะ Track โหมโรงชื่อ ‘Every 27 Years’ ซึ่งทำให้ประหวัดนึกถึงธีมหนังสยองขวัญยุค 70s – 80s ที่เปี่ยมไปด้วยความลึกลับ น่าค้นหา นอกจากนั้น Track อย่าง ‘Beverly’ ซึ่งเป็นเพลงธีมของ Beverly Marsh ยังเป็นหนึ่งในธีมบรรเลงเปียโนที่เราชอบมากที่สุด เพราะมันฉายให้เห็นถึงความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติของวัยเยาว์ที่ถูกกดทับไว้ด้วยความร้าวรานและความโหดร้ายของสังคมที่ไม่อนุญาตให้เราได้เห็นรอยยิ้มของสมาชิก The Loser Club ในช่วงต้นเรื่อง จนกระทั่งพวกเขาได้มารวมกัน มีกันและกัน และแต่งเติมส่วนที่ขาดหายแก่กัน การกลับมาของธีมทั้งสองใน 27 Years Later ของ ‘It Chapter 2’ จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เรารักเกี่ยวกับหนังภาคนี้

 

           ดังที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว IT และ IT Chapter 2 ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อเดียวกันของ Stephen King ซึ่งเคยดัดแปลงเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แม้จะเป็นแฟนหนังที่ดัดแปลงมาจากงานของ King แต่เราไม่สู้จะได้อ่านงานแปลของเขามากนัก อาจเป็นเพราะตั้งใจจะอ่านสำนวนต้นฉบับเมื่อมีเวลามากกว่า

          IT Chapter 2 ดำเนินตามกฎที่หนังได้วางไว้ในภาคแรก ด้วยการเริ่มต้นในอีก 27 ปีต่อมาหลังจากที่ The Loser Club สามารถปราบเจ้าตัวตลก Pennywise ให้กลับสู่การจำศีลได้ คราวนี้ ‘มัน’ หวนกลับมารังควาญชีวิต โดยเฉพาะบรรดาเด็ก ๆ แห่งเมือง Derry อีกครั้งในรูปโฉมของตัวตลกจอมเขมือบเช่นเดิม

         นับว่าเป็นความกล้าหาญและบ้าบิ่นของผู้กำกับ Andy Muschietti อยู่เหมือนกันที่ใช้หนึ่งชั่วโมงแรกในการสำรวจสมาชิกของ The Loser Club ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในแนวทางที่แตกต่างออกไป และเกือบทุกคนได้ลืมเลือนเหตุการณ์ที่เมือง Derry เมื่อ 27 ปีก่อนไปหมดแล้ว รวมทั้งการกรีดเลือดสาบานว่าจะกลับมารวมตัวเพื่อจัดการ Pennywise เมื่อมันกลับมาอีกครั้ง มีเพียง Mike คนเดียวที่ไม่เคยไปจาก Derry และเฝ้ารอสัญญาณที่ ‘มัน’ จะฟื้นคืนและออกจากการจำศีลมาล่าเหยื่ออีกครั้งตลอด 27 ปีที่ผ่านมา

 

รีวิว IT Chapter 2 (2019) จงจดจารในวารวันที่สิ้นสูญ settawutudakarn.com
รีวิว IT Chapter 2 (2019) จงจดจารในวารวันที่สิ้นสูญ settawutudakarn.com

          การใช้เวลายาวนานกว่าหนึ่งชั่วโมงในการสำรวจตัวละครต่าง ๆ จะไม่ได้ผลเลยหากว่า Muschietti ไม่ได้สร้างความรู้สึกผูกพันระหว่างคนดูกับตัวละครเหล่านั้น ซึ่งสำหรับเราที่มองว่า IT (2017) เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการ Craft ตัวละครที่น่าจดจำ ตลอดจนมีบุคลิกลักษณะนิสัยให้คนดูสามารถ ‘แคร์’ และ ‘ใส่ใจ’ ในความเป็นไปในชะตากรรมของพวกเขาได้นั้น ก็กล่าวได้ว่า หนึ่งชั่วโมงที่ทำให้หนัง IT Chapter 2 มีความยาวเกือบ 3 ชม. นั้น เป็นหนึ่งชั่วโมงที่มีคุ้มค่าในความรู้สึกของแฟนหนังอย่างเรา เพราะนี่คือตัวละครที่เรารักและแคร์เหมือนเป็นเพื่อนคนหนึ่ง

          มีหนังจำนวนไม่มากที่สามารถสร้างตัวละครได้มีมิติและเกลี่ยบทได้อย่างทั่วถึงขนาดนี้ ยกตัวอย่างเช่น Avengers Endgame ต้องปูพื้นฐานตัวละครมาในหนังกว่า 20 เรื่องกว่าจะทำให้เรารู้สึกผูกพันกับตัวละคร หรืออย่าง Harry Potter ก็ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี รวมทั้ง Star Wars ก็ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งศตวรรษในการสร้างสายใยระหว่างคนดูกับตัวละคร แต่สำหรับเรา IT สามารถทำได้ในหนังเรื่องเดียว อาจเป็นเพราะชะตากรรมของ The Loser Club มีความสากล ร่วมสมัย และจับจุดที่ทุกคนมีร่วมกันและซ่อนเร้นมันอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำได้เป็นอย่างดี

 

รีวิว IT Chapter 2 (2019) จงจดจารในวารวันที่สิ้นสูญ settawutudakarn.com

           ในขณะที่ IT (2017) พูดถึงประเด็นความกลัว การข้ามพ้นช่วงวัยเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตลอดจนมิตรภาพที่แต่งเติมส่วนที่ขาดหายของแต่ละคนให้สมบูรณ์ขึ้น IT Chapter 2 (2019) ชักจูงให้เราหันกลับมาสำรวจความทรงจำที่หล่นหายไประหว่างทางที่เราเติบใหญ่ขึ้น ผ่านโลกมากขึ้น มีภาระหน้าที่การงานและครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น มีอะไรบ้างที่เราหลงลืมไประหว่างทาง เพื่อนเก่าในวัยเยาว์ วัยหวาน วัยสำราญ วัยฝัน จักรยานคันเก่าที่เราเคยขี่ หนังสือที่เราเคยอ่าน ประสบการณ์ที่หล่อหลอมให้เป็นตัวเราในวันนี้ รักแรกที่หวานปนขม แต่ยังตราตรึงมาจนถึงปัจจุบัน IT Chapter 2 ชี้ให้เราเห็นความทรงจำของความทรงจำที่แม้จะมีบางอย่างที่เราอยากลืม แต่ความทรงจำบางอย่างไม่ได้คงอยู่ในรูปแบบของภาพ หากแต่ถูกเก็บรักษาไว้ในรูปของความรู้สึก

          เหมือนบทสนทนาระหว่าง Ben กับ Beverly เกี่ยวกับบทกวีบทนั้นที่ Ben เก็บรักษาความลับไว้กว่า 27 ปีที่ผ่านมา เธอบอก Ben ว่าเธอจำรายละเอียดของภาพความทรงจำไม่ได้ แต่สิ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจเสมอมา คือ ความรู้สึกอบอุ่นที่เธอไม่ได้รู้สึกบ่อยครั้งในวัยเยาว์ที่ถูกข่มเหงจากคนเป็นพ่อ สิ่งนี้คือสิ่งที่เชื่อมโยง The Loser Club ไว้ด้วยกัน ทุกคนมีความบอบช้ำในอดีตที่อยากจะลืมเลือน เช่นเดียวกับเราทุกคนที่ล้วนแล้วแต่มีความเจ็บปวดในวารวันที่อยากจะก้าวผ่าน

             IT Chapter 2 ชี้ให้เราเห็นว่าการเลือกที่จะลืมประสบการณ์ที่เลวร้ายอาจจะไม่ใช่วิธีการในการจัดการปัญหาทีดีเท่ากับการเลือกที่จะจดจำความทรงจำที่งดงาม มีความหมายต่อตัวตนของเรา แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงไร อย่าลืมความฝันและตัวตนของเราในอดีต สิ่งนั้นคือสิ่งที่บ่งบอกความเป็นเรา อย่ากดทับมันไว้ด้วยการลืม เพราะในท้ายที่สุด ผู้ที่เจ็บปวดก็คือตัวเราเองที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับมัน

          ในช่วงที่ Pennywise ถูก The Loser Club บังคับให้เข้าสู่การจำศีล ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา พวกเขายังถูกหลอกหลอนด้วยเงาแห่งอดีต แม้จะพยายามซ่อนมันไว้ในส่วนลึกของใจ Beverly ยังคงฝันร้าย Bill ยังคงไม่สามารถเขียนตอนจบของนิยายที่มีความสุขได้ เนื่องเพราะความรู้สึกผิดจากการสูญเสียน้องชาย Mike ยังคงรู้สึกถึงตราบาปที่ทำให้พ่อแม่ถูกไฟครอกตาย Ben ยังคงรู้สึกไม่มั่นใจตนเองและหวาดกลัวที่จะต้องตายอย่างโดดเดี่ยว Eddie ยังคงเต็มไปด้วยความกลัวในสิ่งรอบตัวราวกับแม่ผู้เจ้ากี้เจ้าการยังอยู่กับเขา ในขณะที่ Richie ยังคงมีบางสิ่งที่ต้องกดทับไว้ตลอด 27 ปีที่ผ่านมาและความที่เขาไม่สามารถเปิดเผยอัตลักษณ์ของตนเองได้ทำให้เขาคลื่นไส้อาเจียนราวกับความลับไม่มีทางออกอื่นใดนอกจากวิธีนั้น ส่วน Stanley ซึ่งเป็นคนที่มีความซับซ้อนที่สุดก็ตัดสินใจเลือกหนทางที่ทำให้การกลับมารวมกลุ่มของ The Loser Club เพื่อต่อกันกับ Pennywise อย่างเด็ดขาดเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าและมีความหมายที่สุด

 

            IT และ IT Chapter 2 เป็นหนังสยองขวัญที่มีชีวิตจิตใจ หนังไม่ได้ขยันออกแบบฉากเขย่าขวัญใส่เรารัว ๆ แบบไม่บันยะบันยัง และชี้ให้เราเห็นถึงพลังแห่งศรัทธาในตนเองและมิตรภาพเพื่อก้าวข้ามพ้น ‘มัน’ อันหมายถึงความกลัวและขีดจำกัดในตนเอง ซึ่งเป็นธีมที่ซ่อนอยู่ในนิยายหลายเรื่องของ Stephen King แต่ Muschietti สามารถถ่ายทอดสารเหล่านั้นออกมาได้อย่างมีคลาส แม้ IT Chapter 2 จะมีความยาวและดูอ้อยอิ่งไปในหลายฉาก รวมทั้งไม่ยั้งในการทำลายกฎว่าเด็กต้องรอดจากการถูกคุกคามในหนังผี เพราะทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อของความกลัวเหมือนกัน ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ และนี่คือสิ่งที่ IT Chapter 2 สามารถจับหัวใจของนิยายมาถ่ายทอดได้อย่างสนุก ซาบซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความหวัง It และ It Chapter 2 จะเป็นหนังที่เราหยิบมาดูได้อย่างไม่เบื่อ ในยามที่ต้องการกำลังใจ อย่างน้อยก็ในอีก 27 ปี ถัดจากนี้

          หากจะมีหนังผี/สยองขวัญเรื่องไหนที่สามารถทำให้ผู้ชายเสียน้ำตาด้วยความประทับใจได้

          It (2017) และ It Chapter 2 (2019) จะยืนหนึ่งอยู่ในใจเราโดยปราศจากข้อกังขา

        “Your hair is winter fire

         January embers

         My heart burns there, too”

 ปล. ฉากร้านจักรยานกับการปรากฏตัวของ ‘เขา’ อีกครั้ง ทำให้เรารู้สึกอีกครั้งว่า ‘นักเขียน’ ก็เท่กับเขาได้เหมือนกัน

  Advertisement

คลิกเพื่ออ่านบทความรีวิวหนังอื่น ๆ 
https://settawutudakarn.com/category/film-review/

Tags: รีวิว IT Chapter 2, รีวิว IT ภาค 2, รีวิว IT 2, IT ภาค 2 หนัง, IT Chapter 2 หนัง, อิท โผล่จากนรก 2

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :