The Pappyness

By S. Udakarn

[รีวิว] Crawl คลานขย้ำ (2019) เงือกสาวกับอสุรกายจากเบื้องลึก

/
/
/
259 Views

เธอยืนตัวแข็งมองภาพชายที่คอยเชียร์เธออยู่ริมขอบสระมาทั้งชีวิต ถูกอสุรกายเหวี่ยงไปมาราวกับชายร่างกำยำเป็นเพียงตุ๊กตาผ้า น้ำที่ทะลักเข้ามากลายเป็นสีเลือด ในโมงยามแห่งวิกฤติของชีวิต เธอสบตากับมัจจุราช กำหมัดแน่น แล้วจ้องมองความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างหาญกล้า

          Crawl เป็นผลงานกำกับของ Alexandre Aja ผู้กำกับสัญชาติฝรั่งเศสที่ฝากผลงานไว้กับหนังสยองขวัญเกรด B+ อย่าง The Hill Have Eye ภาครีเมก, หนังปลาปิรันย่ากัดก้นสาวอย่าง Piranha 3D และ The 9th Life of Louis Drax ในปี 2016 ก่อนที่จะมากำกับ Crawl หนังว่าด้วยการเอาตัวรอดของสองพ่อลูกในบ้านที่เต็มไปด้วยจระเข้โดยมีพายุเฮอริเคนลูกยักษ์เป็นฉากหลัง

          หนังนำแสดงโดย Kaya Scodelario นักแสดงสาวที่โด่งดังจากซีรีย์ The Maze Runner และรับบทนำใน Pirates of the Caribbean: Dead Man Tell No Tales และ Barry Pepper ที่นักแสดงรุ่นเก๋าที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน แต่มักจะนึกชื่อไม่ค่อยออก จนอายุถึงกำหนดมารับบทพ่อแล้วก็ยังจำชื่อแกไม่ค่อยได้ นักแสดงทั้งสองเป็นหัวใจสำคัญของ Crawl ที่โครงเรื่องตั้งใจให้ไม่มีอะไรซับซ้อนมากไปกว่าการพยายามเอาตัวรอดของสองพ่อลูกจากดงจระเข้กินคนในพื้นที่และระยะเวลาที่จำกัด ถึงแม้ว่าพล็อตจะดูเชยและขาดความน่าสนใจ แต่สิ่งที่ทำให้เรายอมซื้อตั๋วเข้าไปดูหนังจระเข้กินคนก็คือชื่อชั้นของ Producer อย่าง Sam Raimi ที่เราชอบมากจาก Spiderman Trilogy แม้ว่าจะเกิดไม่ทันยุค Evil Dead ก็ตาม แต่ Raimi ก็มีสไตล์ในการกำกับหนังสยองขวัญที่เป็นลายเซ็นของตัวเองชัดมาก และคิดว่าเรื่องนี้ก็คงไม่ต่างกัน ก็เลยยอมซื้อตั๋วไปดู

          Crawl ดำเนินเปิดเรื่องด้วยการขมวดปมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาว ครอบครัวที่แตกแยก และวิกฤติศรัทธาในตนเองอย่างที่เราเห็นมาจนชาชินในหนังสูตรเดียวกันหลาย ๆ เรื่อง แต่จังหวะจะโคนของหนังก็เต้นระรัวขึ้นเมื่อ Haley นางเอก (Kaya Scodelario) เดินทางไปยังบ้านเก่าที่ถูกทิ้งร้างริมทะเลสาบ Coral และพบว่าพ่อ (Barry Pepper) ถูกทำร้ายจนหมดสติด้วยอสุรกายที่ใช้พื้นที่ต่ำระดับต้อง ‘คลาน’ ใต้ถุนบ้านเป็นแหล่งในการฟักไข่และอาศัยอยู่กับครอบครัวของพวกมัน

          อสุรภายในคราบสัตว์เลื้อยคลายเหล่านี้จึงเป็นภาพแทนของปัญหานานัปการที่ทำให้ครอบครัวของ Haley ต้องแยกทาง และกระจัดกระจายออกไปอยู่คนละทิศคนละทางราวกับกระดานจิ๊กซอว์ที่หกคว่ำลง

          ความกลัวของ Haley คือการไม่สามารถก้าวพ้นเพดานความมั่นใจของนักกีฬา เมื่อต้องพานพบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเทียบกับตอนเป็นเด็กที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ พ่อจะอยู่เคียงข้างแล้วบอกกับลูกสาวเสมอว่าเธอคือ ‘Apex Predator’ คือนักล่าและนักสู้ผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความล้มเหลว แต่เมื่อเธอเติบโตขึ้นและเข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยโควต้านักกีฬาว่ายน้ำ เธอกลับพบว่าคำพูดของพ่อเป็นเพียงแค่การปลอบประโลมลูกสาวจากความผิดหวัง และชีวิตในวัยผู้ใหญ่ก็ช่างแตกต่างจากที่เธอวาดฝันแล้ว รวมถึงครอบครัวที่ต้องมาแตกแยกจากการหย่าร้างของพ่อแม่ ทำให้ Haley ตกอยู่สภาวะคนที่กำลังหมดศรัทธาในตนเอง และต้องต่อสู้กับความกลัวที่คืบคลานเข้ามาครอบงำจิตใจของเธอทุกครั้งที่กระโดดลงสู่ผิวน้ำ

          จระเข้จึงเป็นตัวแทนของกลัวที่ Haley ต้องเอาชนะให้ได้เพื่อทำลายเพดานขีดความสามารถของตัวเอง และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถรับผิดชอบความฝันของตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

          Crawl ดำเนินเนื้อเรื่องในพื้นที่จำกัด และใช้ความจำกัดดังกล่าวมาเล่นให้เกิดประโยชน์ ทั้งการเล่นซ่อนแอบ (hide and seek) กับอสุรกายตามสูตรสำเร็จที่เราชาชิน การใช้การลุกล้ำของจระเข้เข้ามาในบ้านเก่าของครอบครัวสะท้อนให้เห็นถึงความกลัวและความขัดแย้งที่เข้ามาแทนที่ความรักและความสุขที่พวกเขาเคยมีให้แก่กันในบ้านหลังนี้ ตลอดจนการออกแบบอุโมงค์ระบายน้ำที่ Haley ต้องพยายามใช้ทักษะความเป็นเงือกสาวที่มีอยู่ว่ายออกไปท่ามกลางจระเข้ที่ว่ายเวียนวนอยู่มากมายเนื่องจากน้ำท่วมก็เปรียบได้ดั่งโพรงลึกที่อยู่ในจิตใจของเธอ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยความหวาดกลัวต่าง ๆ นานา กระทั่งเธอสามารถ ‘แข่งว่ายน้ำกับจระเข้’ และสามารถเอาชนะได้ในท้ายที่สุดก็สะท้อนให้เห็นว่าเธอได้ก้าวพ้นขีดจำกัดของตัวเอง และสามารถที่จะยืนหยัดในฐานะผู้ชนะที่เป็น Apex Predator ของพ่อได้เป็นผลสำเร็จ

          อันที่จริง Crawl มีหลายจุดที่ทำให้นึกถึง The Old Man and The Sea ซึ่งบอกเล่าถึงความพยายามในการเอาชนะข้อจำกัดของตนเองของมนุษย์ แต่ตัวหนังก็ไม่ได้พยายามทำตัวเองให้ซับซ้อนเกินไป ด้วยการเล่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกอย่างหลวม ๆ การฉายให้เห็นภาวะที่เปราะบางของมนุษย์เมื่อถูกธรรมชาติเล่นงานหรือเอาคืนเข้าอย่างจัง รวมไปถึงความสำคัญของครอบครัวที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความทรงจำหรือสถานที่ แต่เป็นความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่หากเรายังมีกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรืออยู่กับใครก็ตาม สายใยความเป็นครอบครัวย่อมไม่มีวันขาดสะบั้นลง หากเรายังคงคิดถึงและห่วงใยกันและกันอยู่เสมอ

          Crawl เป็นหนังที่ดูสนุก แต่ไม่ใช่หนังที่จะหยิบมาตั้งใจดูซ้ำ หากมีการนำคลิปหนังลง YouTube เราก็คงเลือกดูเฉพาะฉากที่อยากดูซึ่งก็มีอยู่หลายฉากเหมือนกัน ส่วนดีของหนังคือการทำให้เรารู้สึกว่านี่คือพฤติกรรมของจระเข้ที่น่าจะทำจริง ๆ โดยไม่ได้มีความฉลาดเฉลียวผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนที่ดีที่สุดของหนังคือ Quote ของพ่อเกี่ยวกับความพยายามในการประสบความสำเร็จในฐานะนักกีฬาของลูก มีหลายคำพูดที่เราชอบและสามารถเก็บไว้ย้ำเตือนตนเองในวันที่ย่อท้อหรือผิดหวังจากความพยายามที่ไม่ได้สำเร็จตามที่คาด หนึ่งในบทที่ชอบมากคือตอนที่พ่อพูดกับ Haley ว่าเหตุผลที่เลิกกับแม่ไม่ได้มาจากลูกสาว แต่เป็นเพราะความสัมพันธ์ที่จืดจางที่ผูกติดกันไว้ก็ด้วยลูกสาวทั้งสอง พ่อแม่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์ที่ง่อนแง่นไว้เพื่อมิให้ลูกเติบโตมาเป็นเด็กที่บ้านแตก แล้ววันหนึ่งเมื่อลูกสาวเติบโตออกจากบ้านไป บ้านที่เคยเป็นศูนย์รวมของสายในครอบครัวก็เหลือแต่คนแก่สองคนที่ไม่มีใจให้แก่กัน และนั่นก็ทำให้การตัดสินใจหลาย ๆ อย่างทำให้ได้ง่ายขึ้น

          ได้ยินดังนี้แล้วก็อดคิดถึงความสัมพันธ์ในหลายครอบครัวของสังคมไทยไม่ได้ เพราะคิดว่าสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ความคาดหวังและโอกาสที่มากขึ้น ก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้อสุรกายจากเบื้องลึกค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจของหลายคนไม่ต่างจากตัวละครใน Crawl เพราะท้ายที่สุดไม่มีปีศาจตัวใดที่จะคุกคามชีวิตเรามากไปกว่าความกลัวที่เกิดขึ้นในเบื้องลึกของใจเราเอง 

 

Tags: รีวิว หนัง Crawl, หนัง Crawl 2019, หนัง Crawl คลานขย้ำ, รีวิว หนัง Crawl คลานขย้ำ 

This div height required for enabling the sticky sidebar
Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views : Ad Clicks : Ad Views :